สำหรับน้องๆ นักเรียนที่อยากสอบ GED (General Educational Development) ให้ผ่าน เพื่อจะได้นำผลการสอบ GED ซึ่งเทียบเท่าวุฒิระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 ไปใช้สมัครเรียนภาคอินเตอร์ มหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ เช่น มหาวิทยาลัยมหิดล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฯลฯ โดยไม่จำเป็นต้องรอวุฒิการศึกษาจากโรงเรียนมัธยมที่กำลังศึกษาอยู่ ถ้าหากน้องๆ อยากสอบ GED ผ่านก็ต้องเตรียมตัวให้ดี วิธีที่จะทำให้สอบ GED ไม่พลาดก็คือลงเรียน GED เพื่อติววิชาสอบชนิดเข้มข้น วิธีได้ผลดีมากเพราะมีคนสอบผ่านมาแล้วมากมาย เรียน GED ดีอย่างไร? ข้อดีข้อแรกก็คือน้องๆ จะได้รับการติวเข้มจากสถาบันติวเตอร์ที่จะเน้นข้อสอบ 5 วิชาสำคัญที่ต้องใช้สอบ GED ซึ่งมีทั้งวิชาเลข Mathematics วิชาวิทยาศาสตร์ Science วิชาภาษาอังกฤษทั้งอ่านและเขียน Language Arts, Reading และ Language Arts, Writing รวมไปถึงวิชาสังคม Social Studies ซึ่งการเรียน GED ผู้สอนจะช่วยสรุปเนื้อหาที่ต้องใช้ในการสอบแต่ละวิชาให้แก่ผู้เรียน[…]
ปัจจุบันนักเรียนนิยมสอบ GED (General Educational Development) กันมาก เนื่องจาก GED เป็นการสอบเทียบวุฒิระดับมัธยมปลายในประเทศไทย ตามหลักสูตรการศึกษาของสหรัฐอเมริกา และเป็นที่ยอมรับเพื่อใช้ในการศึกษาต่อระดับปริญญาตรีภาคภาษาอังกฤษ ข้อดีของการสอบ GED คือไม่จำกัดวุฒิคนที่สมัครสอบ ไม่ว่าคุณจะเรียนชั้นอะไรมาก็ตาม ขอให้สอบ GED ผ่าน คุณก็ได้วุฒิจบมัธยมปลาย ดังนั้นบรรดานักเรียนที่อายุ16 ปีขึ้นไปและอยากเปิดโอกาสทางการศึกษาให้ตัวเองเพื่อเรียนต่อหลักสูตรอินเตอร์ในมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ จึงนิยมสอบ GED เพื่อให้ได้ผล GED ไปสมัครเรียนต่อ โดยไม่ต้องรอผลสอบจากโรงเรียนมัธยมของตนเอง GED ดีขนาดนี้ ใคร ๆ ก็อยากสอบ GED แต่ข้อสอบ GED ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด วิธีสอบ GED ให้ผ่านก็คือควรเรียน GED ก่อนที่จะไปสอบ เพื่อให้มีโอกาสสอบผ่านมากที่สุด เรียน GED ทำไม? อ่านหนังสือเองได้ไหม ? คำตอบก็คือได้แน่ แต่การจะอ่านหนังสือสอบ GED ให้ผ่าน อย่างแรกคือคุณต้องมีวินัยกับตัวเองอย่างมาก ต้องขยันอ่านหนังสือ หาข้อสอบ GED[…]
GED ย่อมาจาก General Educational Development ถือเป็นการศึกษานอกระบบแนวหนึ่งซึ่งได้รับการรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการว่ามีวุฒิเทียบเท่ากับระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย การเรียน GED นั้นมี 5 วิชาด้วยกันคือ Reading, Writing, Mathematics, Science และ Social Studies และถือเป็นทางเลือกใหม่สำหรับคนรักความก้าวหน้า ในการวางแผนชีวิตเนี่ย เราวางแผนได้ 2 แบบคือ พูดว่าอยากจะเป็นนั่นเป็นนี่ และรู้สึกว่าอยากเป็นนั่นเป็นนี่ น้องๆลองคิดดูนะว่าใน 2 แบบเนี่ย แบบไหนที่จะไปได้ถึงฝั่งฝัน…แน่นอนว่าต้องเป็นพวกที่รู้สึกอยากใช่ไหมครับ เพราะพอรู้สึกก็อยากที่จะทำ เมื่อทำก็สำเร็จได้ไม่ยาก แต่คนที่ได้ทำแล้วสามารถทำให้มีความสม่ำเสมอไปตลอดรอดฝั่งมันก็มีน้อย เพราะอุปสรรคมันมีได้ตลอดเวลา น้องๆลองนึกดูนะ สมมติว่าวันนี้น้องๆกำลังเรียน GED เรื่องที่น้องไม่เคยเรียนหรือได้ยินมาก่อนเลย น้องๆจะรู้สึกอย่างไร พี่เชื่อว่ามีไม่กี่คนหรอกที่จะคิดว่า “อู้หู…เรียน GED เรื่องนี้มันน่าตื่นเต้นเร้าใจจริงๆ อยากจะหาคำตอบให้ได้เร็วๆจัง…” ในทางกลับกัน ส่วนใหญ่มักจะคิดว่า “โห…ยากจัง นี่ขนาดบทแรกนะนี่ แล้วบทต่อไปเราจะรอดเหรอ?” เคยคิดอย่างนี้กันบ้างไหมล่ะครับ? แล้วเมื่อไหร่ก็ตามที่เราคิดแบบนี้ เชื่อได้เลยว่ารอดยาก ในสถานการณ์แบบนี้นี่แหละที่เราอยากจะมีที่ปรึกษาดีๆซักคน ที่จะช่วยดึงให้เรามีกำลังใจเข้มแข็งได้เหมือนเดิม…คุณครูที่ The Planner[…]
นักเรียนในวัยมัธยมศึกษาที่ต้องการไปศึกษาต่อต่างประเทศ หรือมหาวิทยาลัยหลักสูตรนานาชาติในประเทศไทย และโดยเฉพาะนักเรียนที่ศึกษาอยู่ในโรงเรียนนานาชาติทั้งหลาย คงจะรู้จัก IGCSE และ GED กันเป็นอย่างดี ว่าเป็นตัวช่วยที่สามารถเลื่อนไปเรียนในระดับมหาวิทยาลัยได้เพียงสอบ IGCSE หรือ GED ก็ได้ ส่วนการสอบ SAT นั้นมีความแตกต่างกับ IGCSE และ GED เพราะ SAT ไม่ใช่วุฒิม.6 IGCSE และ GED และ SAT แตกต่างกันอย่างไร จะเลือกสอบตัวไหนหรือต้องใช้ตัวไหนเพื่อยื่นเข้ามหาวิทยาลัย วันนี้จะมาลองเปรียบเทียบให้ดูกันค่ะ เริ่มต้นอยากจะขอทบทวนก่อน ว่า IGCSE และ GED และ SAT คืออะไร IGCSE คือ การสอบเพื่อเทียบวุฒิมัธยมศึกษาตอนปลาย เพื่อนำวุฒินี้ไปยื่นเข้าศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษ หรือมหาวิทยาลัยหลักสูตรนานาชาติในประเทศไทยบางแห่ง และหากเป็นการสอบในโรงเรียนระบบอังกฤษจะเป็นการสอบเพื่อที่จะเข้าศึกษาในระดับ A Level และ As Level ใน Year 12 และ Year[…]
ถึงแม้ว่าการสอบ GED จะเปิดสอบตลอดทั้งปี แต่ทว่าในการสอบแต่ละครั้งก็ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมในการสอบ แม้จะลงทะเบียนสอบหลายครั้งก็ไม่มีส่วนลดให้ เราจึงควรสอบให้ผ่านในครั้งแรกๆ เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย และประหยัดเวลาในการทบทวนวิชาอื่นๆ แต่จะทำอย่างไรเราจึงจะสอบผ่านตั้งแต่ครั้งแรก การเตรียมตัวทบทวนเนื้อหาที่ดีที่สุดคือ การฝึกทำโจทย์เยอะๆ พร้อมบุคคลที่สามารถช่วยตอบคำถามในสิ่งที่เราสงสัยรวมไปถึงช่วยตรวจคำตอบให้เราด้วย การทบทวนเนื้อหาคนเดียว ฝึกทำโจทย์เอง ตรวจคำตอบเองนั้น เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าสิ่งที่เราทบทวน หรือโจทย์ที่เราฝึกทำไปนั้น ถูกต้องหรือไม่ เราเข้าใจในเนื้อหาอย่างแท้จริงหรือไม่ ดังนั้นการมีคนมาช่วยถือว่าเป็นสิ่งดีที่สุดของการทบทวน แล้วเราจะสามารถหาบุคคลคนนี้ได้อย่างไร ไม่ยากค่ะ คนแรกที่จะสามารถช่วยเราได้คือ “เพื่อน” การได้นั่งทำโจทย์ด้วยกันจะทำให้ได้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น แลกเปลี่ยนความรู้ที่ได้เรียนมา แต่การทำกับเพื่อนมีข้อเสียตรงที่ อาจจะมีการหยอกล้อเล่นกัน มากจนเกินไป จนทำให้ไม่มีสมาธิ ไม่จดจ่ออยู่กับการทบทวนเนื้อหา อันนี้ต้องระวังกันให้มากๆ นะคะ คนที่สองที่อยากแนะนำคือ “อาจารย์ผู้สอนในแต่ละวิชา” หากอาจารย์มีเวลาอาจจะเข้าไปขอให้ช่วยทบทวนเนื้อหา และคอยตอบคำถาม รวมไปถึงการตรวจคำตอบ โดยอาจจขอให้อาจารย์เข้ามาช่วยในช่วงนอกเวลาเรียน วิธีนี้เมื่อเรามีคำถามหรือข้อสงสัยก็สามารถหาคำตอบได้จากอาจารย์ผู้สอนได้เลยทันที แต่อาจจะยากสักหน่อยตรงที่อาจารย์อาจมีเวลามาช่วยเราไม่ได้มากนัก ยังไงลองสอบถามกันดูนะคะ คนสุดท้ายที่สามารถช่วยเราได้ มีเวลาให้เราแน่นอน และสามารถตอบคำถาม ช่วยตรวจคำตอบ นั่นคือ “สถาบันกวดวิชา” นั่นเอง แต่ข้อเสียคือเราต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมา หากครอบครัว ผู้ปกครองสนับสนุน ก็ควรใช้ทุกนาทีที่จ่ายไปให้คุ้มค่ากันด้วยนะคะ จากการที่ลองค้นหาข้อมูลในอินเตอร์เนตผู้เขียนพบว่า สถาบันกวดวิชาหลายๆ[…]
GED Testing Service ร่วมกับ Pearson VUE และ the American Council on Education (ACE) ดำเนินการสอบ GED โดยอยู่ภายใต้การดูแลของสถาบันสอบผ่านคอมพิวเตอร์ระดับโลกอย่าง Pearson VUE ผู้ที่สนใจสมัครสอบสามารถเข้าไปลงทะเบียนได้ที่เว็บไซต์ https://ged.com โดยผู้สมัครสอบในประเทศไทยจะต้องคลิกเลือกสอบ Other Countries ในหัวข้อ Test in ดังรูปด้านล่างนี้ หากเคยลงทะเบียนแล้วก็สามารถล็อกอินเข้าสู่ระบบ เพื่อสมัครสอบได้เลย แต่ถ้ายังไม่เคยลงทะเบียนก็ทำการกรอกข้อมูลสร้างบัญชีผู้ใช้ก่อน จึงทำการสมัครสอบต่อไป ในประเทศไทยสามารถเลือกสนามสอบได้ 3 ที่คือ The Enterprise Resources ชั้น 3 อาคารชาญอิสระ2 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ กรุงเทพ 10320 Pearson Professional Centers – Bangkok Thailand ห้องเลขที่ 10-10 ชั้น 10 อาคาร Bangkok[…]
การสอบ GED จะต้องสอบผ่านทุกวิชา โดยมีทั้งหมด 5 วิชา และแต่ละวิชาจะต้องได้คะแนนอย่างน้อย 410 คะแนน และคะแนนรวมทั้ง 5 วิชารวมกันต้องไม่น้อยกว่า 2,250 คะแนน โดยมีประเภทการสอบของ GED คือ ข้อสอบปรนัย (Multiple choice), ฝนคำตอบลงในกระดาษคำตอบ (Number grid) และ พิกัดเส้นกริด (Coordinate grid) 5 รายวิชาและแนวการสอบใน GED เป็นดังนี้ Language Arts, Reading เป็นข้อสอบปรนัย (Multiple Choice) 40 ข้อ ใช้เวลาการสอบ 65 นาที โดยเนื้อหาจะเน้นในเรื่องของการอ่านเพื่อนำไปตอบคำถาม จะมีทั้งบทความจากวรรณคดี และบทความจากเรื่องที่เกิดขึ้นจริงเช่น เอกสารทางธุรกิจ บทภาพยนตร์ เป็นต้น Language Arts, Writing จะแบ่งเป็น 2 Part แต่สอบพร้อมกันคือ[…]
หากใครอ่านหัวข้อของบทความนี้แล้วเกิดความสงสัย คงจะต้องรีบไปหาข้อมูลกันเป็นการใหญ่ ว่า GED มันคืออะไร เพื่อให้หายสงสัยกันจะขออธิบายดังนี้ GED หรือชื่อเต็มๆ ว่า General Educational Development คือการสอบเทียบวุฒิการศึกษามัธยมปลายตามหลักสูตรการศึกษานอกโรงเรียนของประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเปิดโอกาสให้ผู้ที่อยู่ในสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆสามารถสอบได้โดยผู้ที่อาศัยอยู่นอกสหรัฐอเมริกาจะต้องมีอายุ ตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป ขณะนี้การจัดสอบอยู่ภายใต้การดูแลของ Pearson VUE สถาบันสอบผ่านคอมพิวเตอร์ระดับโลก ผู้ที่สอบ GED ในสหรัฐอเมริกาส่วนใหญ่จะเป็นผู้ใหญ่ที่ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย แต่สำหรับประเทศไทยนั้นโดยส่วนใหญ่จะเป็นน้องๆ นักเรียนอายุน้อยๆ หรือนักเรียนเรียนที่บ้าน (Home School) เพื่อให้ได้วุฒิมัธยมศึกษาตอนปลายเพื่อไปเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยต่อไป โดยการสอบ GED นี้หากสอบผ่านตามที่กำหนดไว้ก็จะได้วุฒิมัธยมศึกษาตอนปลายทันทีโดยไม่ต้องไปขอเทียบวุฒิที่กระทรวงศึกษาธิการ ตามประกาศของกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องการเทียบวุฒิการศึกษาต่างประเทศ http://bet.obec.go.th/bet/wp-content/uploads/2015/06/p223514.pdf หากดูจากเว็บไซต์ www.ged.com เราจะพบว่าการสอบ GED ได้มีการเปลี่ยนแปลงในปี 2014 ทั้งในเรื่องผลคะแนน เนื้อหาการสอบ และค่าสมัครสอบ แต่ทว่าการสอบ GED ในประเทศไทยยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงโดยใช้ชื่อการสอบเดิมนี้ว่า 2002 series จะมีแต่เพียงสหรัฐอเมริกาเท่านั้นที่ใช้การสอบใหม่ที่มีชื่อว่า 2014 series เนื้อหาของการสอบ[…]
การหาสถาบันติว GED ในปัจจุบัน น้องๆสามารถหาได้ง่ายแค่ปลายนิ้ว เพียงน้องๆพิมพ์คำว่า “ติว GED” ลงไปใน Google น้องๆก็จะพบว่ามีสถาบันติว GED มากมายให้น้องๆเลือกได้ตามอัธยาศัย ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว เราก็มักจะเลือกที่เรียนจาก ชื่อเสียง ประสบการณ์ คำบอกเล่า ราคาค่าเล่าเรียน หรือความสะดวกในการเดินทาง หรือบางครั้งเราก็เลือกเรียนตามเพื่อนของเราไปเลย แล้วทำไมจึงควรเลือกติว GED กับ The Planner Education ล่ะ? เพราะเราเป็นหนึ่งในผู้ที่มีประสบการณ์ และเชี่ยวชาญการติว GED ให้กับน้องๆมายาวนาน และเรามีปัจจัยสำคัญที่มากกว่าข้อพิจารณาขั้นต้นตามที่กล่าวมา นั่นคือ The Planner Vision สถาบันของเรามีจุดมุ่งหมายในการเสริมสร้างความรู้ ความสามารถให้กับน้องๆคนรุ่นใหม่ ให้ก้าวไปสู่การศึกาในระดับอุดมศึกษาอย่างมีคุณภาพ ที่เชี่ยวชาญทั้งด้านภาษาอังกฤษ และด้านวิชาการ เราจึงเป็นศูนย์กลางการเรียนการสอนสำหรับน้องๆที่เตรียมตัวเข้าทดสอบทางด้านภาษา ไม่ว่าจะเป็น GED, IGCSE, SAT, IELTS, CU-AAT, CU-ATS, TOEFL-MUIC, MUIDS, CU-TEP, TU-GET,[…]
การสอบ GED นั้นเป็นการสอบเทียบวุฒิชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย การสอบมีมาตรฐานเป็นสากล โดยในประเทศไทยเราใช้ข้อสอบ GED 2002 series ซึ่งประกอบไปด้วยการสอบ 5 วิชา ได้แก่ Language Arts; Reading (การอ่านภาษาอังกฤษ) Language Arts; Writing (การเขียนภาษาอังกฤษ) Social Studies (สังคมศึกษาและประวัติศาสตร์) Mathematics (คณิตศาสตร์) Science (วิทยาศาสตร์) ดูรายละเอียด GED 2002 series ในการสอบ ทุกวิชาจะทำการสอบผ่านระบบคอมพิวเตอร์ มีทั้งที่เป็น Multiple Choice, การเติมคำ(ตัวเลข) และการเขียน ซึ่งแต่ละวิชาล้วนมีจุดประสงค์ในการวัดผลแตกต่างกัน จึงมีการแบ่งสัดส่วนของเนื้อหาตามความต้องการวัดผล ซึ่งหากน้องๆเข้าใจว่าข้อสอบแต่ละวิชาต้องการวัดอะไร น้องๆก็จะสามารถทำข้อสอบ GED ได้ดียิ่งขึ้น ทีนี้เรามาดูกันว่าข้อสอบ GED 2014 ต่างกับ GED 2002 อย่างไร ข้อสอบ GED 2014[…]
หากน้องๆกำลังพบว่าการเตรียมตัวสอบ GED มีหลายขั้นตอน จนไม่รู้ว่าจะทำอะไรก่อน เพราะไหนจะต้องวางแผนการอ่านถึง 5 วิชา ต้องไปติว GED ต้องทำแบบฝึกหัดและข้อสอบย้อนหลังตั้งหลายปี แถมยังต้องกังวลกับชีวิตการเรียนในระบบปกติ หรือบางคนอาจต้องทำงานไปด้วย ซึ่งไม่ง่ายเลยที่จะสามารถจัดตรางชีวิตเพื่อให้ทำทุกอย่างได้อย่างครบถ้วนทุกมิติ ดังนั้น เราจึงต้องหาวิธีการในการลำดับความสำคัญของสิ่งที่เราต้องทำ ซึ่งตัวช่วยของเราก็คือสิ่งที่เรียกกันว่า “Checklist” Checklist คือ การรวบรวมรายละเอียดขั้นตอนของสิ่งที่ต้องทำ มาจัดทำเป็นลำดับขั้น 1, 2, 3, 4… ตามขั้นตอน หรือตามความสำคัญ หรือตามความเร่งด่วน ซึ่งการทำ Checklist ในการสอบ GED ช่วยให้เรารู้ว่าเราต้องทำอะไรบ้าง และสามารถ Update ได้ด้วยว่าเราทำอะไรไปแล้วบ้าง เพื่อให้น้องๆไม่พลาดทุกขั้นตอนสำคัญ ซึ่งวิธีการทำ Checklist ประกอบด้วย ระบุขั้นตอนการดำเนินการทั้งหมดของการสอบ GED: โดยสำรวจข้อมูลให้ครบถ้วนว่าจะต้องทำอะไรบ้าง และ List เป็นข้อๆ จัดลำดับขั้นตอน: นำสิ่งที่ระบุไว้ในข้อที่ 1 มาทำการลำดับขั้น เพื่อมิให้เกิดความสับสน น้องๆควรลำดับขั้นตอนตามความสำคัญ และความเร่งด่วน Update[…]
การสอบ GED นั้น ผู้สมัครสอบจะต้องดำเนินการลงทะเบียนในเว็บไซต์ เลือกวัน เวลา สถานที่สอบ วิชาที่จะสอบ และชำระเงินค่าสอบ โดยทั้งหมดดำเนินการผ่านทางเว็บไซต์ ซึ่งถือว่ามีความสะดวกสำหรับผู้สมัครสอบอย่างมาก ที่ไม่ต้องเดินทางไปสมัครที่ศูนย์สอบให้ยุ่งยาก ยกเว้น “การสอบ” ผู้สมัครทุกคนจะต้องเดินทางไปสอบที่ศูนย์สอบด้วยตนเอง ตามวัน-เวลาที่ตนได้ลงทะเบียนไว้ โดยต้องแสดงตนต่อศูนย์สอบด้วยบัตรประชาชน และ Passport ซึ่งระเบียบการสอบนี้ ทาง GED ได้มีการเน้นย้ำไว้แล้วอย่างชัดเจน แต่อย่างไรก็ตาม ความสะดวกในการดำเนินการเกือบทุกอย่างผ่านเว็บไซต์ ก็กลายเป็นช่องโหว่ให้เหล่ามิจฉาชีพสามารถหลอกล่อให้ผู้สมัครสอบชำระค่าสอบ GED บนเว็บไซต์ปลอม หรือให้ข้อมูลปลอม เพื่อให้ผู้สมัครชำระเงินมากกว่าปกติ โดยทำให้เชื่อว่าการสมัครสอบ GED ผ่านเว็บไซต์ของตนสามารถสอบทางออนไลน์ ไม่ต้องไปศูนย์สอบ หรือสามารถผ่าน GED ได้โดยไม่ต้องสอบเป็นต้น ซึ่งเป็นไปไม่ได้ เพื่อมิให้น้องๆที่สมัครสอบ GED จะต้องตกเป็นเหยื่อ เสียเงินจำนวนมากที่เตรียมไว้เพื่อการสอบ GED ตกไปเป็นของมิจฉาชีพเหล่านี้ เรามีข้อสังเกตเล็กๆน้อยๆที่จะช่วยป้องกันภัยมาเล่าสู่กันฟัง ดังต่อไปนี้ เว็บไซต์เหล่านั้นตั้งชื่อคล้ายกับเว็บไซต์จริงที่ใช้ในการลงทะเบียน เช่น การเติม s หลังชื่อ, การใช้ชื่อเหมือนกับเว็บไซต์จริงแต่ใช้ (.) แตกต่างกันกับเว็บไซต์จริง ฉะนั้น[…]
GED (General Educational Development) คือ การสอบที่เทียบวุฒิการศึกษามัธยมปลายตามหลักสูตรการศึกษานอกโรงเรียนของประเทศสหรัฐอเมริกา IGCSE (International General Certificate of Secondary Education) คือ การสอบเทียบวุฒิการศึกษาชั้นมัธยมปลายในเครือสหราชอาณาจักร ดังนั้น จากนิยามเราจะสังเกตได้ว่า การสอบทั้ง 2 ประเภทเป็นการสอบเพื่อเทียบวุฒิชั้นมัธยมปลายเช่นเดียวกัน แต่แตกต่างกันคือ GED สำหรับสหรัฐอเมริกา ส่วน IGCSE ใช้สำหรับประเทศอังกฤษนั่นเอง น้องๆที่ต้องการศึกษาต่อในประเทศอังกฤษ ต้องสอบ IGCSE ซึ่งประกอบไปด้วยการสอบภาษาอังกฤษทั้งการฟัง พูด อ่าน และเขียน ร่วมกับการสอบวิชาเฉพาะตามความถนัดของผู้สอบอีก 2 วิชา ซึ่งน้องๆสามารถเลือกได้ตามวิชาที่ตนเองถนัด การสอบ IGCSE แบ่งการสอบเป็น 2 ระดับคือ Core จะตัดเกรด ตั้งแต่ C-G Extended จะตัดเกรด ตั้งแต่ A*-G ข้อสอบ IGCSE เป็นการสอบแบบอัตนัยและบางวิชาอาจต้องแสดงวิธีทำด้วย สำหรับการสอบ[…]
ตั้งแต่เล็กจนโต เราทุกคนล้วนผ่านการเรียนรู้ในระบบการศึกษามาทีละขั้นๆ ตั้งแต่ในระดับอนุบาล ประถม มัธยมต้น มาจนถึงมัธยมปลาย ซึ่งการสอบ GED ก็ถือเป็นบันไดขั้นหนึ่งก่อนที่จะก้าวไปสู่ระดับอุดมศึกษา ซึ่งเป็นก้าวใหญ่ที่เปลี่ยนจากมัธยมไปสู่สังคมมหาวิทยาลัย แต่ การเรียน GED ไม่ใช่การเรียนในลักษณะเดียวกันกับระบบการศึกษาสายสามัญ แต่เป็นการใช้ความรู้ในสายสามัญของสหรัฐอเมริกามาสอบเพื่อเทียบวุฒิมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยที่น้องๆไม่ต้องใช้เวลาในการเรียนเท่ากับสายสามัญตามปกติ ดังนั้น GED จึงเป็นเสมือนทางลัด แต่เป็นทางลัดที่อาศัยความมุมานะบากบั่นไม่น้อยเลยทีเดียว ในการสอบ GED นั้น มีลำดับขั้นตอนในการดำเนินการเช่นเดียวกับการสอบเทียบวุฒิอื่นๆเช่น IGCSE ซึ่งเราต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจตั้งแต่การสอบ GED คืออะไร สมัครสอบอย่างไร สอบอะไร ไปจนถึงสอบผ่านแล้วจะได้อะไร ซึ่งจะขอเรียกขั้นตอนแต่ละขั้นว่า “บันได” ที่จะให้เราก้าวขึ้นไปทีละ Step จนถึงจุดสูงสุด ดังต่อไปนี้ ขั้นเริ่มต้น : เป็นขั้นตอนการเริ่มเรียนรู้ และทำความเข้าใจว่า GED คืออะไร และเอาไปใช้ทำอะไรได้บ้าง โดยในขั้นนี้ น้องๆจะได้ทราบว่า GED จะต้องสอบอะไรบ้าง และเริ่มวางแผนการอ่าน การติว รวมทั้งหาหนังสือและแบบฝึกหัดเพิ่มเติม ขั้นเตรียมพร้อม : ในขั้นนี้เป็นขั้นตอนการดำเนินการตามแผนที่เราวางไว้ในขั้นเริ่มต้น ได้แก่[…]
บ่อยครั้งที่เราพลาดการสอบครั้งสำคัญอย่างการสอบ GED ด้วยเหตุเพราะการละเลยข้อมูลเล็กๆน้อยๆ ซึ่งน้องๆทราบไหมคะว่า รายละเอียดปลีกย่อยนั้นก็มีความสำคัญต่อการเตรียมตัวไปสอบ GED ไม่น้อยไปกว่าข้อมูลวิชาการ เพราะทุกๆอย่างที่น้องๆเตรียมตัวมา เพื่อการสอบ GED จะไม่มีความหมายเลย หากน้องๆลืมใส่ใจในระเบียบการสอบ ดังต่อไปนี้ สถานที่สอบ ศูนย์สอบ GED ในประเทศไทยนั้นตั้งอยู่ที่ ชั้น 3 อาคารชาญอิสสระ 2 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ กรุงเทพมหานคร ซึ่งน้องๆควรศึกษาเส้นทาง วิธีการเดินทางให้พร้อม เพื่อให้เดินทางไปถึงศูนย์สอบให้ทันเวลาเข้าสอบ เผื่อเวลาในการเดินทาง จะได้ไม่พลาดการสอบ หรือหากไม่มั่นใจน้องๆสามารถโทรศัพท์สอบถามเส้นทางจากศูนย์สอบได้โดยตรงที่หมายเลข 02-718-1599 ควรไปให้ถึงอย่างน้อย 15 นาทีก่อนเวลาสอบ น้องๆควรเดินทางไปให้ถึงศูนย์สอบก่อนเวลาสอบอย่างน้อย 15 นาที เพื่อดำเนินการติดต่อ และแสดงตนต่อเจ้าหน้าที่ศูนย์สอบ และน้องๆจะได้มีเวลาเตรียมตัวให้พร้อมก่อนสอบด้วย ที่สำคัญการไปถึงก่อนเวลาทำให้เราคุ้นเคยกับสถานที่ ช่วยลดความตื่นเต้นได้อีกด้วย อย่าลืมบัตรประชาชน/Passport บัตรประชาชน และ Passport เป็นเอกสารสำคัญที่น้องๆห้ามลืมอย่างเด็ดขาด! เพราะน้องๆต้องใช้ในการแสดงตนต่อศูนย์สอบก่อนเข้าห้องสอบ มิฉะนั้นน้องจะไม่ได้รับอนุญาตให้สอบได้ แล้วสิ่งที่เตรียมตัวมาก็จะหมดความหมาย ฉะนั้นตรวจสอบให้ดีก่อนออกจากบ้านว่าไม่ลืมบัตรประชาชน และ Passport นะคะ เครื่องเขียน/เครื่องคิดเลข ไม่จำเป็น[…]
บรรยากาศมีผลต่อสมาธิในการอ่านหนังสือ โดยเฉพาะยิ่งถ้าเป็นการอ่านหนังสือสอบด้วยแล้ว ยิ่งต้องการบรรยากาศที่เอื้อต่อการอ่านเพื่อจดจำเป็นพิเศษ ซึ่งไม่ใช่แค่เพียงได้อ่านเท่านั้น ยังต้องสามารถมีสมาธิได้เป็นเวลานาน จดจำเนื้อหาที่สำคัญได้อีกด้วย ซึ่งเชื่อว่าน้องๆที่กำลังเตรียมตัวสอบ GED หลายคนต้องเคยประสบปัญหาในการอ่านหนังสือคล้ายๆกัน เช่น อ่านแล้วง่วงนอน อ่านแล้วจับประเด็นไม่ได้ ไม่มีสมาธิในการอ่าน เป็นต้น ซึ่งถ้าปล่อยให้การอ่านหนังสือสอบเป็นแบบนี้แล้วล่ะก็ คะแนน GED ต้องมีปัญหาอย่างแน่นอน ดังนั้น เราจึงต้องมองหาสถานที่สร้างแรงบันดาลใจในการอ่านหนังสือสอบกันสักหน่อย อย่างน้อยก็ถือเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศที่เคร่งเครียดให้รื่นรมย์ขึ้นมาบ้าง และถ้ามีสมาธิในการอ่านได้ดี คะแนนสอบก็จะดีไปด้วย น้องๆแต่ละคนย่อมมีสไตล์ในการอ่านหนังสือแตกต่างกันออกไป โดยทั่วไปสถานที่ที่เราใช้บ่อยที่สุดคือโต๊ะเขียนหนังสือที่บ้านของเราเอง แต่พอนั่งไปนานๆประสิทธิภาพก็เริ่มลดลง เพราะการจ้องอยู่ที่ใดที่หนึ่งนานๆ ทำให้สมองเหนื่อยล้า เราจึงต้องมองหาสถานที่เปลี่ยนบรรยายกาศ ซึ่งเราขอแนะนำสถานที่อันทรงประสิทธิผลต่อการอ่านหนังสือสอบ ดังต่อไปนี้ บ้านของเรา ถึงแม้ว่าการอ่านหนังสือในบ้านนานๆบางครั้งจะทำให้เราเบื่อจากบรรยากาศเดิมๆ แต่การอ่านหนังสือที่บ้านในบางเวลาก็ช่วยสร้างสมาธิที่ดีได้ เช่น การอ่านวิชาที่ต้องท่องจำในตอนเช้ามืดช่วง 4.00 – 5.00 น. หรือตอนดึกๆไปเลยก็ได้เช่นกัน และอีกทางหนึ่งที่จะช่วยให้การอ่านหนังสือสอบ GED ในบ้านได้ดี นั่นคือ การจัดบ้านให้อยู่ในบรรยากาศที่น่าอ่าน มีเพลงที่ชอบ และที่นั่งสบาย แต่อย่าเผลอหลับไปเสียก่อน มิฉะนั้นอาจจะอ่านหนังสือสอบ GED ไม่ทันนะคะ[…]
น้องๆเคยสงสัยไหมว่า ทำไมเพื่อนๆบางคนใช้เวลาในการเตรียมตัวสอบ GED ไม่มากนัก และยังสามารถสอบ GED ผ่านได้อย่างง่ายดาย พวกเขามีวิธีการเตรียมตัวอย่างไร และพอเราได้เห็นว่าเพื่อนของเราทำได้ เราก็ยิ่งมีพลังขึ้นมาว่าฉันก็น่าจะทำได้เช่นเดียวกัน นั่นเป็นที่มาของคำถาม ที่น้องๆบางคน ที่อยากจะสอบผ่าน GED เร็วๆบ้าง ว่าถ้าจะใช้เวลาเพียง 1 เดือน ในการสอบ GED ให้ผ่าน จะเป็นไปได้หรือไม่ ซึ่งการได้เรียน GED กับ The Planner Education จะเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมตัวสอบที่สามารถการันตีกับน้องๆได้ว่า การสอบ GED ให้ผ่านภายใน 1 เดือนนั้น เป็นไปได้! หากน้องๆเข้าไปในเว็บไซท์ http://theplannereducation.com ในส่วนของ Course Schedule น้องๆจะได้พบกับตารางเรียนเพื่อติว GED ที่ทางเราได้วางแผนการเรียน โดยจัดสรรเวลาเป็นอย่างดีให้น้องๆสามารถเตรียมตัวสอบได้ครบถ้วนทั้ง 5 วิชา ไม่ว่าจะเป็น Reading, Writing, Social Studies, Mathematics, และ Science โดยแต่ละวิชานั้น[…]
ปัจจุบัน การศึกษามีบทบาทสำคัญในการประกอบอาชีพมากยิ่งขึ้น โดยผู้ที่ได้รับการศึกษาในระดับอุดมศึกษามักจะได้รับโอกาสที่ดีกว่าผู้ที่มีวุฒิน้อย ดังนั้น น้องๆที่อยู่ในวัยเรียนจึงอยู่ในระบบการแข่งขันที่กดดันมากเป็นพิเศษ เนื่องด้วยการศึกษานำมาซึ่งโอกาสดีๆในชีวิต ไม่เพียงเท่านั้น การได้เรียนจบเร็วกว่าเกณฑ์ก็เป็นอีกค่านิยมหนึ่งที่เด็กยุคใหม่ รวมถึงผู้ปกครองให้ความสนใจ เพราะนอกจากจะแสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่เกินวัยแล้ว ยังช่วยลดระยะเวลาการศึกษาในสายสามัญไปได้อย่างน้อย 1-2 ปีอีกด้วย ดังนั้น น้องๆที่ต้องการเรียนจบก่อนวัย ต้องการศึกษาต่อภาคอินเตอร์ หรือต่างประเทศ จึงเลือกการสอบเทียบโดยการสอบ GED เพื่อย่อระยะเวลา ดังนั้น การสอบ GED จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของเส้นทางการศึกษา ที่เปิดโอกาสให้น้องๆที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไปสามารถสอบเทียบวุฒิระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยเป็นการเทียบในระบบ High School ของอเมริกา ซึ่งน้องๆสามารถนำวุฒินี้ยื่นสมัครเข้าศึกษาต่อในหลักสูตรนานาชาติของมหาวิทยาลัยชั้นนำในประเทศไทย หรือมหาวิทยาลัยในต่างประเทศก็ได้เช่นกัน การสอบ GED ในประเทศไทยนั้นแบ่งเป็น 5 วิชา คือ Language Arts; Reading (การอ่านภาษาอังกฤษ), Language Arts; Writing (การเขียนภาษาอังกฤษ), Social Studies (สังคมศึกษาและประวัติศาสตร์), Mathematics (คณิตศาสตร์) และ Science[…]
ในการสอบ GED ทั้ง 5 วิชา ล้วนต้องมีส่วนที่ใช้ความจำประกอบด้วยทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น Language Art Reading & Writing อย่างน้อยก็ต้องจำคำศัพท์ให้ได้, คณิตศาสตร์ก็ต้องรู้สูตรคำนวณบ้าง, วิทยาศาตร์ต้องจำทฤษฎีและสูตร ยิ่งวิชาสังคมและประวัติศาตร์ ยิ่งต้องใช้การจดจำ ถึงแม้ว่าการจะทำข้อสอบนั้นควรจะมีความเข้าใจจึงจะดีที่สุด แต่เราไม่สามารถใช้การคิดวิเคราะห์กับเนื้อหาทุกอย่างได้ ดังนั้น การอ่านและจำได้ นับเป็นเรื่องที่ดี ที่จะช่วยให้ได้คะแนน GED ได้อย่างตรงไปตรงมา และใช้เวลาทำข้อสอบได้ดีอีกด้วย “อ่านน้อย จำได้มาก” คือ การอ่านอย่างถูกต้อง ตรงประเด็น และจับใจความได้ โดยที่ไม่ต้องอ่านซ้ำไปมา หรืออ่านเรื่องเดิมๆจากหนังสือหลายๆเล่ม ซึ่งทำให้เราต้องเสียเวลา เพราะน้องๆต้องสอบ GED ถึง 5 วิชา ดังนั้น ทุกครั้งที่อ่าน นอกจากจะต้องเข้าใจแล้ว จะต้องจำได้ด้วย ทำสมาธิก่อน-หลังอ่าน การทำสมาธิ ช่วยให้เกิดความปลอดโปร่ง เป็นการเตรียมความพร้อมของร่างกาย และจิตใจที่จะเปิดรับข้อมูล เพราะการอ่านหนังสือสอบ GED หรือแม้กระทั่งการติว GED นั้นต้องอาศัยความตั้งใจประกอบกับการมีวินัยเป็นหลัก ซึ่งสมาธิจะมีส่วนช่วยได้มาก[…]
การสอบ GED ซึ่งมีการทดสอบถึง 5 วิชา โดยที่ทุกวิชาเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด เป็นภารกิจที่หนักไม่น้อยสำหรับน้องๆที่อยู่ในวัยแห่งความสนุกสนาน แต่ในขณะเดียวกัน ก็ต้องจริงจังกับการศึกษาเล่าเรียน ซึ่งแน่นอนว่าเราไม่สามารถเคร่งเครียดอยู่ตลอดเวลาได้ และก็มีบางครั้งที่น้องหลายๆคนรู้สึกเหมือนกำลังแบกภารกิจอันใหญ่หลวงไว้บนบ่าเล็กๆของตัวเอง มีเหนื่อยบ้าง ท้อบ้าง เป็นบางครั้ง แต่เป้าหมายในการสอบ GED ก็ยังต้องมุ่งมั่นอยู่เช่นเดิม ดังนั้น การรู้จักสร้างมุมมองด้านบวก เพื่อเป็นแรงบันดาลใจ เติมไฟสำหรับการเตรียมตัวไปสอบ GED นั้น เป็นทักษะอย่างหนึ่งที่น้องๆต้องรู้จักในการจัดการกับความรู้สึกของตัวเอง เพราะบางครั้งคนเราก็ต้องการแรงบันดาลใจจำนวนมาก เพื่อจะเดินไปตามเส้นทางที่ตัวเองหวัง เราจะมาแนะนำวิธีเติมแรงบันดาลใจแบบง่ายๆ ซึ่งใช้ได้ตลอดเวลา เพื่อให้เรายิ้มรับการสอบ GED ให้ได้คะแนนดีดีกัน ข้อที่ 1 คิดถึงเป้าหมายใหญ่ๆ เราทราบกันดีว่า GED คือ การสอบเทียบเท่าระดับวุฒิมัธยมศึกษาตอนปลาย ตามหลักสูตรการศึกษาของสหรัฐอเมริกา เพื่อนำผล GED Transcript ไปยื่นสมัครเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาทั้งใน และต่างประเทศ ซึ่งเป็นกุญแจไปสู่เป้าหมายที่เราตั้งไว้ได้ แต่สิ่งที่เราต้องนึกถึงเอาไว้ จะไม่ใช่แค่การสอบผ่านเท่านั้น เราต้องนึกถึงสิ่งที่ใหญ่กว่านั้น เช่น การเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกา, การได้เรียนในหลักสูตรอินเตอร์คณะที่ตนเองชอบ, การได้ใช้ภาษาไปต่อยอดในอาชีพต่างๆ เป็นต้น เพราะเป้าหมายเหล่านี้ จะเป็นแรงผลักดันให้เราทำเป้าหมายคะแนน[…]
Posts navigation
We use cookies to ensure that we give you the best experience on our website. If you continue to use this site we will assume that you are happy with it. Ok